เมือง
posted on 05 Mar 2009 11:29 by sucksenseiทะเลทรายสีเทา
ยางมะตอยร้อน
ผู้คนเดินหลงทาง
กระจกเงาเรียงต่อ
กำแพงมนุษย์
ห้องที่ไร้ความหมาย
กลางวันสีหม่น
กลางคืนพร่างแสง
ลบเลือนความต่าง
แม้ยามตะวันลา
เส้นขอบฟ้า
เรามิอาจได้ยล
ทะเลทรายสีเทา
ยางมะตอยร้อน
ผู้คนเดินหลงทาง
กระจกเงาเรียงต่อ
กำแพงมนุษย์
ห้องที่ไร้ความหมาย
กลางวันสีหม่น
กลางคืนพร่างแสง
ลบเลือนความต่าง
แม้ยามตะวันลา
เส้นขอบฟ้า
เรามิอาจได้ยล
ไฮกุ (俳句, haiku) เป็นบทกวีญี่ปุ่น มีบทบาทมากในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ไฮกุมาจากบทกวีดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่เรียกว่าไฮไคเร็งงะ ต่อมาในสมัยเอโดะ ท่านปรมาจารย์ มะสึโอะ บะโช (ค.ศ. 1644 - 1694) ได้ขัดเกลาและสร้างแบบแผน ซึ่งต่อมาในสมัยเมจิได้มีการเรียกการประพันธ์ในแบบนี้ว่าไฮกุ ปัจจุบันมีชาวญี่ปุ่นที่นิยมแต่งไฮกุถึง 10 ล้านคน และชาวต่างประเทศที่รักการแต่งไฮกุก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แม้กระทั่งในหมู่ชาวไทย
ไฮกุเป็นบทกวีที่ต่างจากร้อยแก้วประเภทอื่น โดยที่กวีอื่นมีความยาวมากน้อยต่างกันและมีบังคับสัมผัสตามหลักฉันทลักษณ์ ทำให้บทกวีดังกล่าวไม่เหมาะกับการแสดงออกถึงปรากฏการณ์ทางจิตวิญญาณและความลึกซึ้งออกมาได้ เนื่องจากบทกวีได้ถูกบังคับยึดติดกับรูปแบบและข้อจำกัดตายตัว แต่บทกวีไฮกุได้ตัดทอนลงให้เหลือเพียงตัวอักษร 3 วรรค ยาว 5-7-5 รวมเป็นตัวอักษรเพียง 17 ตัวเท่านั้น
ไฮกุ มีพื้นฐานคือ เรียบง่าย และ ดั้งเดิม จึงไม่ยึดติดกับแบบแผน ไม่มีข้อจำกัด ไหลเรื่อยตามธรรมชาติ สั้นกระชับที่สุด ตรงที่สุด และเป็นไปอย่างฉับพลัน ตามสภาวะสัจจะล้วนๆ เรียบง่ายและตรงความรู้สึก ออกมาจากใจของกวี โดยปราศจากอุปสรรคขวางกั้น แสดงความงาม ความเศร้า ความสงบ ความปิติ ความเก่าแก่ เปลือยเปล่าอยู่ภายใต้แสงแดดอันอบอุ่น ในวินาทีแห่งการสร้างสรรค์สิ่งอัศจรรย์ที่ไฮกุได้ถือกำเนิดขึ้น
ที่มา : วิกิพีเดียไทย
เราสบตากัน
เราสบตาตัวเลข
ตัวเลขบนหัวเรา
เข้าและออก
ในกล่องสี่เหลี่ยม
เราไม่รู้จักกัน
ป้ายประกาศ
วิธีการใช้
โทรศัพท์ที่ไม่เคยดัง
ในกล่องสี่เหลี่ยม
ในทุกแห่ง
เราแค่เข้าและออก
edit @ 3 Mar 2009 02:00:32 by Suck Sensei
edit @ 3 Mar 2009 12:24:25 by Suck Sensei